โรคศูนย์กลางจอตาเสื่อมจากภาวะสายตาสั้น
Myopic macular degeneration

Ending Blindness
จบสิ้นเสียทีโรคที่ทำให้คนตาบอด



         ภาวะสายตาสั้น มีสาเหตุจากพันธุกรรมร่วมกับวิถีชีวิตในวัยเด็กที่มีการใช้สายตาในระยะใกล้เป็นส่วนใหญ่ ในคนที่สายตาสั้นมาก ลูกตาจะมีลักษณะทรงรีคล้ายลูกรักบี้ ทำให้จอประสาทตาด้านหลังที่ศูนย์กลางการมองเห็น ( Macula )ตั้งอยู่ มีความบางกว่าปกติและเสื่อมง่าย และด้วยรูปทรงคล้ายลูกรักบี้ ยังทำให้ปลายเส้นประสาทตาจ่อเชื่อมกับลูกตาในลักษณะบิดเบี้ยว ( Tilt optic disc ) ซึ่งส่งผลทำให้การไหลเวียนของระบบเลือดและของเส้นใยประสาทตา ไม่สะดวกและยิ่งส่งผลให้จอประสาทตาเสื่อมเร็วขึ้นอีก นอกจากนี้ คนสายตาสั้นมีความเสี่ยงที่จะเกิดโรคอีก 2 ชนิด คือ จอตาฉีกขาดง่ายจากความบางของจอประสาทตา และ โรคต้อหินเรื้อรังจากความบกพร่องของระบบไหลเวียน นั่นคือยิ่งสั้นมากยิ่งเสี่ยงสูง

อาการ ความคมชัดในการมองเห็นค่อยๆลดลงไปเรื่อยๆ โดยเฉพาะในคนที่ชีวิตประจำวันต้องใช้สายตาและคอมพิวเตอร์มากๆ จะเลวลงเร็วกว่า ในระยะแรกที่พร่ามัว ผู้ป่วยมักจะไปร้านแว่นเปลี่ยนเลนส์เพิ่มค่าสายตาสั้น จนในที่สุดเริ่มเอะใจว่า การเปลี่ยนเลนส์ไม่ช่วยให้ดีขึ้น จึงไปรับการตรวจกับจักษุแพทย์ แล้วจึงตรวจพบว่าศูนย์กลางจอตาเสื่อม

การรักษา ปัจจุบันยังไม่มีวิธีการใดๆที่จะรักษาโรคนี้ จักษุแพทย์และผู้ป่วยส่วนใหญ่ก็หันไปพึ่งกลุ่มอาหารเสริม โดยหวังว่าอาจจะชะลอความเสื่อมลงได้บ้าง อย่างไรก็ตาม หลังจากที่ผมได้คิดค้นการรักษาโรคต้อหินประสบความสำเร็จ เมื่อปีพ.ศ. 2547 และต่อมาได้ค้นพบกลไกเพิ่มการไหลเวียนของระบบเส้นเลือดและเส้นใยประสาทตา เมื่อนำมารักษาผู้ป่วยโรคศูนย์กลางจอตาเสื่อมที่มีสาเหตุต่างๆกัน ไม่ว่าจะสาเหตุจากพันธุกรรม ( โรคอาร์พี ) ในผู้สูงอายุ ( โรค AMD ) ประกฎว่าได้ผลดี ช่วยหยุดการดำเนินโรคและทำให้การมองเห็นดีขึ้น จึงได้พัฒนาการรักษาในผู้ป่วยศูนย์กลางจอตาเสื่อมจากภาวะสายตาสั้น ก็ให้ผลดีเช่นเดียวกัน ผลการรักษาจะยิ่งดี ถ้าตรวจพบเร็วและเริ่มการรักษาเร็ว เพราะโรคของจอประสาทตาและเส้นประสาทตา บอดแล้วบอดเลย

ตัวอย่างผู้ป่วยที่ได้รับการรักษาแล้ว
                1. นส.มนรดา เศรษฐจินดา อายุ 39 ปี โทร.081-8119495
                ประวัติ ตาซ้ายมัว เห็นเส้นบิดเบี้ยว เป็นมา 1 ปี เคยตรวจที่ รพ.จักษุรัตนิน พบมีเลือดซึมเล็กน้อย
                วันที่ 5 มกราคม 2556 ระดับการมองเห็น ตาขวา ( ปกติ ) 20/20-1 ตาซ้าย ( ผิดปกติ ) 20/70-1 ตรวจจอประสาทตา บริเวณศูนย์กลางจอตาบางและเสื่อมสภาพ
                วันที่ 19 มกราคม 2556 ระดับการมองเห็น ตาขวา ( ปกติ ) 20/20-1 ตาซ้าย ( ดีขึ้น ) 20/50-1
                วันที่ 2 มีนาคม 2556 ระดับการมองเห็น ตาขวา ( ดีมาก ) 15/20 ตาซ้าย ( ดีขึ้นอีก ) 20/40-3
                วันที่ 6 เมษายน 2556 ระดับการมองเห็น ตาขวา ( ดีมาก ) 15/20 ตาซ้าย ( ดีขึ้นอีก ) 20/40+3
                2. นายพิศิษฐ์ ภูริชเจริญพงษ์ อายุ 41 ปี โทร.085-4851055 เขตประเวศ กรุงเทพฯ
                ประวัติ สายตาสั้นมาก 1000 กว่า ทั้ง 2 ข้าง ทำงานอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ทั้งวันมา 10 กว่าปี มีปัญหา ตาซ้ายมัวมา 4 ปี เคยตรวจที่รพ.จักษุรัตนินด้วยเครื่อง OCT พบว่าศูนย์กลางจอตาซ้ายเสื่อม และยังไม่มีวิธีการรักษา
                วันที่ 29 เมษายน 2556 ระดับการมองเห็น ตาขวา 20/20-1 ตาซ้าย 20/40 ph เท่าเดิมเริ่มรักษาด้วยเทคนิคการนวดตา
                วันที่ 24 พฤษภาคม 2556 ระดับการมองเห็น ยังไม่เปลี่ยนแปลง
                วันที่ 25 มิถุนายน 2556 ระดับการมองเห็น ตาขวา 20/20 ตาซ้ายดีขึ้น 20/30 ph เท่าเดิม


ติดต่อ นพ. สมเกียรติ อธิคมกุลชัย
e-mail [email protected]  or  [email protected]
ติดต่อเข้ารับการรักษา ศูนย์ฟื้นฟูประสาทตาและการมองเห็น โรงพยาบาลเอกชัย.
วันจันทร์ - ศุกร์ เวลา 9.00 น. - 17.00 น.
โทร. 03-441-7999 หรือสายด่วน โทร. 1715


แก้ไขล่าสุด 08/03/2017

กลับสู่หน้าหลักงานวิจัยของน.พ. สมเกียรติ